TK Programs
About TK
show_view_tk_programs.png 100
000570.jpg
vdoplay.png
14 ปี TK park ชูแนวคิด Learning to Learn
14 ปี TK park ชูแนวคิด Learning to Learn
14 ปี TK park ชูแนวคิด Learning to Learn
14 ปี TK park ชูแนวคิด Learning to Learn
c3.png 24 ม.ค. 2562 | 10.00 น.
Embed
รายละเอียด

14 ปี TK park ชูแนวคิด Learning to Learn เรียนรู้ที่จะเรียน
มุ่งสร้างสังคมไทยสู่สังคมการเรียนรู้ตลอดชีวิต 

อุทยานการเรียนรู้ TK park ครบรอบ 14 ปี ประกาศพร้อมเป็นพลังสำคัญร่วมสร้างสรรค์สังคมไทยสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ในยุค “Digital Disruption” ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ด้วยแนวคิด Learning to Learn เรียนรู้ที่จะเรียน พร้อมแถลงข่าวเปิดตัว "กิตติรัตน์ ปิติพานิช" ผู้อำนวยการสำนักงานอุทยานการเรียนรู้คนใหม่ล่าสุด กับพันธกิจการบริหารและพัฒนา TK park ให้เป็นอุทยานการเรียนรู้ตลอดชีวิต และเปิดตัว 14 แฟนพันธุ์แท้ที่ยืมหนังสือและเข้าใช้บริการอุทยานการเรียนรู้สูงสุดในปี 2561 ณ อุทยานการเรียนรู้ TK park ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

นายกิตติรัตน์ ปิติพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ “TK park” หน่วยงานในสังกัด สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) สำนักนายกรัฐมนตรี เปิดวิสัยทัศน์เกี่ยวกับภารกิจสำคัญในฐานะที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งผู้บริหารอุทยานการเรียนรู้ TK park เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาว่า ตามแนวคิดหลักที่เราจะใช้ในการขับเคลื่อน TK park ในปีนี้ คือ Learning to Learn เรียนรู้ที่จะเรียน และวางเป้าหมายการบริหารและพัฒนาอุทยานการเรียนรู้นี้ไว้ 3 แนวทาง  คือการสร้างสรรค์พื้นที่เรียนรู้ต้นแบบแห่งศตวรรษที่ 21 มุ่งสร้างต้นแบบและกิจกรรมการเรียนรู้ด้านนวัตกรรม โดยใช้ศาสตร์ของ Design Thinking & Service Design และเป็นต้นแบบของการแก้ปัญหาโดยใช้มนุษย์เป็นศูนย์กลางผ่านโครงการ Solution Lab ช่วยประสานความร่วมมือและสร้างแนวคิดเพื่อแก้ปัญหาในสังคม ต่อมา คือการสร้างความตื่นตัวในการเรียนรู้ คิดเป็น และทำเป็น ให้ขยายไปทั่วประเทศ โดยใช้ Digital Technology และการสร้าง Innovation Capacity ให้เครือข่ายสามารถสร้างนวัตกรรมทางการให้บริการ พร้อมพัฒนาฟังก์ชั่นและฐานข้อมูล TK Public Online Library เพื่อขยายขอบเขตการให้บริการการเรียนรู้ให้กว้างขวางยิ่งขึ้นในกลุ่มคนรุ่นใหม่  และสุดท้าย คือ การสร้างแนวร่วมและเครือข่ายการอ่านการเรียนรู้ทุกภาคส่วนให้เข้มแข็ง ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย  อาทิ TK Forum งานเสวนาวิชาการนานาชาติ แนะให้แนว กิจกรรมที่จะช่วยให้เยาวชนค้นหาตนเองก่อนการเลือกเส้นทางการเรียนในอนาคต ทีเคแจ้งเกิด สำหรับเยาวชนที่สนใจในสายดนตรีและนักเขียนเพื่อเรียนรู้และสร้างสมประสบการณ์และทักษะในวิชาชีพนั้นๆ

ในงานยังมีการเสวนาในหัวข้อ ทำไมต้องเรียน รู้ที่จะเรียนโดย แคน - นายิกา ศรีเนียน ศิลปินหญิงเดี่ยว อดีตสมาชิกวง BNK 48, ริบบิ้น-นิชาภา นิศาบดี เยาวชนในโครงการ TK แจ้งเกิด นักดนตรี พิธีกรและครีเอทีฟ และ “หนุ่มเมืองจันท์” สรกล อดุลยานนท์ นักเขียนและคอลัมนิสต์ชื่อดัง ที่ล้วนให้แง่คิดและมุมมองเกี่ยวกับการเรียนรู้ที่น่าสนใจทีเดียว

น้องแคน - นายิกา ศรีเนียน ศิลปินหญิงเดี่ยว อดีตสมาชิกวงBNK 48 กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยี และ โซเชียลมีเดีย เป็นเหมือนเพื่อนสนิทของเธอเลย เช่นเดียวกับอินเทอร์เน็ตและการเรียนรู้แทบจะทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นในห้องเรียน หากเราไม่เข้าใจบทเรียนตรงไหนที่อาจารย์สอน ก็สามารถเปิดยูทูปค้นหาหัวข้อเรื่องเดิม เพื่อที่จะเรียนซ้ำอีกครั้งให้เข้าใจในจุดที่ยังไม่เข้าใจได้ แม้แต่เรื่องดนตรี ภาพยนตร์ อินเทอร์เน็ตถือว่าเป็นช่องทางสำหรับคนที่มีไอเดียใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา แล้วก็สามารถโพสต์ลงในโซเชียลมีเดียต่างๆ ได้เพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจ สำหรับคนรุ่นใหม่ๆ พอได้เห็นก็อยากทำตามบ้าง ถือเป็นการเรียนรู้ผ่านสื่อใหม่ใกล้ตัวสำหรับคนรุ่นใหม่

ริบบิ้น - นิชาภา นิศาบดี เยาวชนในโครงการ TKแจ้งเกิด นักดนตรี พิธีกรและครีเอทีฟ กล่าวว่า ตนพูดได้เลยว่า TK park ช่วยเสริมความฝันของตนเองได้จริงๆ ซึ่งเริ่มต้นจากความสนใจด้านดนตรี ซึ่ง TK park ได้มอบโอกาสให้ตน ไม่ใช่แค่เรื่องดนตรีเท่านั้น ที่นี่ยังมีอะไรอีกมากมาย มีห้องสมุดให้เรายืมหนังสือ มีภาพยนตร์ให้เรายืมมาศึกษา มีสารคดีให้เราเรียนรู้ จากที่เราเล่นอูคูเลเล่เป็นงานอดิเรก พี่ๆก็ชวนมาสอนอูคูเลเล่ให้คนอื่นบ้าง จนเป็นแรงบันดาลใจอยากเล่นดนตรีต่อไป เมื่อมาทำงานด้านทีวีตามที่เรียนมา ได้เดินทางไปทำรายการสารคดี ที่ประเทศญี่ปุ่นบ้าง และนี่ก็เป็นก้าวแรกที่ริบบิ้นได้นำประสบการณ์ที่ได้รับจาก TK park  ที่ไม่เคยปิดกั้นตนจากการเรียนรู้ มาผลักดันให้เรากล้าออกไปเผชิญโลกกว้างและส่งต่อแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นต่อไป

ด้าน “หนุ่มเมืองจันท์” สรกล อดุลยานนท์ นักเขียนและคอลัมนิสต์ชื่อดัง ให้มุมมองว่า ความรู้ในโลกนี้มีอยู่สองอย่าง รู้ว่ารู้อะไร กับ รู้ว่าไม่รู้อะไร ถ้ารู้ว่าเราไม่รู้อะไรมันมีอะไรที่เราไม่รู้เยอะ และในโลกยุคใหม่นี้ทำให้ประสบการณ์เก่าถูกนำมาใช้ได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ผมมีโอกาสได้คุยกับนักธุรกิจหลายท่านมาก ทำให้รู้ว่าบางคนพออายุ 50 เขาจะสู้ไม่ค่อยได้จะเริ่มถอยแล้ว แต่บางคนกับรู้สึกว่ามันมีอะไรที่น่าเรียนรู้อีกเยอะ เพราะมันมีสิ่งที่เราไม่รู้เยอะมาก ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่ดีมาก ทำให้รู้สึกว่าจากเดิมที่เคยคิดว่าผมต้องเรียนรู้อีก 20% วันนี้ผมอาจต้องเรียนรู้อีก 60% นั่นหมายถึง สนามนี้เป็นสนามที่มีขนาดใหญ่มาก สำหรับคนที่รู้สึกว่า “ความไม่รู้คือลาภอันประเสริฐ” เลยทำให้รู้สึกว่า มันเป็นสิ่งใหม่ที่เราต้องเรียนรู้อีกเยอะมาก จริงๆกลุ่มเป้าหมายกลุ่มใหญ่ที่ผมมองว่าต้องการการเรียนรู้คือกลุ่มคนทำงาน ในมุมมองของผมมองว่ามันคือโอกาส โอกาสที่มีสิ่งใหม่มาให้เราเรียนรู้ ที่จริงน้ำเต็มแก้วอยู่ดีๆ เทคโนโลยีเข้ามาแล้วทำให้น้ำในแก้วรั่วออกไปครึ่งแก้ว ชีวิตที่มีการเรียนรู้ต่อไปเรื่อยๆ เป็นเรื่องสนุก มันมีความหวัง มีสิ่งใหม่มาให้เราได้เรียนรู้มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีวันสิ้นสุด นี่คือความโชคดีของคนในยุคนี้

และปิดท้ายด้วย ผอ.TK park นาย กิตติรัตน์ ปิติพานิช  ได้ให้แง่คิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ได้น่าสนใจมาก นั่นคือ “ผมเห็นด้วยกับคำว่า “การไม่รู้เป็นลาภอันประเสริฐ” เพราะแม้ว่าผมไม่รู้แต่ผมรู้นะว่าจะไปหาคำตอบด้วยวิธีอะไร อันนี้จึงสำคัญกว่า ซึ่งทักษะตรงนี้ จะเป็นสิ่งที่ทำให้เราต่อยอดพร้อมรับต่อความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน ในส่วนของ TK park เราทำเรื่องของพื้นที่เพื่อการเรียนรู้ เรามีหลายแผนก ห้องสมุดมีชีวิต มีฝ่ายกิจกรรม และอีกหลายๆ แผนก เราจัดการและหาองค์ประกอบบริบทที่มาห้อมล้อมผู้คน เพื่อทำให้ผู้คนอยากจะ ต้องการหาคำตอบอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  TK park เป็นพื้นที่ต้นแบบ ดังนั้นเราจะอยู่เฉยๆ ไม่ได้ ต้องผลิตต้นแบบใหม่ๆ ผลิตไอเดียใหม่ๆ ผลิตกิจกรรมใหม่ๆ เรื่อย ๆ ซึ่งทำให้เกิดการกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ของผู้ใช้บริการ”

เกี่ยวกับอุทยานการเรียนรู้ TK park

อุทยานการเรียนรู้ TK park  เปิดให้บริการครั้งแรกในวันที่ 24 มกราคม 2548 ช่วง14 ปีที่ผ่านมา มีผู้เข้าใช้บริการแล้วกว่า 6 ล้านคน มีการยืม-คืนหนังสือและสื่อการเรียนรู้ ประมาณ 4 แสนครั้งต่อปี ล่าสุดได้ขยายเครือข่ายอุทยานการเรียนรู้เต็มรูปแบบ จำนวน 25 แห่งในพื้นที่ 19 จังหวัด เครือข่ายแหล่งเรียนรู้ชุมชน  Mini TK จำนวน 20 แห่ง และผนึกกำลังกับ 7 หน่วยงานภาคี นำร่องสร้างสรรค์เครือข่ายศูนย์เรียนรู้ใกล้บ้าน 202 แห่ง มุ่งลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ สนับสนุนกระบวนการเรียนรู้สาธารณะ มุ่งเพิ่มทักษะในการเรียนรู้ด้วยตนเองของเด็ก เยาวชนและประชาชนทั่วไป อันจะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพชุมชนอย่างยั่งยืน

bbtn.png
c1.pngวิดีโอใกล้เคียงc2.png